วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ในปี ค.ศ.1666 เมื่อยุโรปเผชิญภัยพิบัติและสิ่งเหนือธรรมชาติที่แทบไม่มีใครลืม

 

บทนำ: ตัวเลขต้องห้าม

ในโลกตะวันตก “666” คือสัญลักษณ์แห่งปีศาจ เป็นตัวเลขที่ปรากฏใน คัมภีร์วิวรณ์ (Revelation) ของพระคัมภีร์ไบเบิล และถูกขนานนามว่า “หมายเลขของสัตว์ร้าย (Number of the Beast)” ผู้คนในศตวรรษที่ 17 เชื่อว่าเมื่อถึงปี ค.ศ. 1666 ซึ่งรวมเลขต้องห้ามนี้เอาไว้ มนุษยชาติกำลังจะเผชิญ บทลงโทษจากพระเจ้า หรือแม้กระทั่ง จุดเริ่มต้นของวันพิพากษา

และดูเหมือนว่าความกลัวเหล่านั้นจะไม่ใช่แค่คำลือ...


บทที่ 1: เพลิงนรกแห่งลอนดอน (The Great Fire of London)

วันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1666

ในยามค่ำคืนอันเงียบงัน เพลิงได้ปะทุขึ้นจากร้านขนมปังของ Thomas Farriner บนถนน Pudding Lane กลางกรุงลอนดอน เมืองหลวงที่แออัดที่สุดของอังกฤษในขณะนั้น ด้วยลมแรง ความแห้งแล้ง และโครงสร้างไม้ของบ้านเรือน ไฟได้ลุกลามรวดเร็วราวกับไฟนรกหลุดออกจากใต้พิภพ

ภายในเวลาเพียง 4 วัน เมืองลอนดอนถูกแผดเผาไปกว่า 80%

  • บ้านเรือนกว่า 13,000 หลัง ถูกเผา

  • โบสถ์ 87 แห่ง รวมถึง St. Paul’s Cathedral ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง

  • ผู้คนกว่า 80,000–100,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย

สิ่งที่น่าขนลุกคือผู้คนหลายคนรายงานว่า ก่อนเกิดไฟไหม้ ได้ยิน เสียงกรีดร้องจากใต้ดิน และ เสียงคำรามลึกลับกลางอากาศ
นักบวชบางคนกล่าวว่า “เปลวไฟที่พุ่งขึ้นมานั้น ไม่ใช่เพลิงธรรมดา หากแต่เป็นไฟจากขุมนรกที่พระเจ้าเปิดออก”

แม้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันจะชี้ว่าไฟไหม้มาจากความบกพร่องในระบบเมือง แต่ในสายตาของผู้คนในปี 1666 เหตุการณ์นี้คือ คำสาป, การลงโทษ, หรือแม้กระทั่ง การมาของซาตาน


บทที่ 2: ปีสุดท้ายของโรคระบาดใหญ่ (The Great Plague)

ก่อนจะถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ลอนดอน เมืองนี้เพิ่งผ่านพ้นสิ่งเลวร้ายอีกอย่างหนึ่งมาได้ไม่นาน — กาฬโรค

  • ระบาดตั้งแต่กลางปี 1665 และลากยาวถึงต้นปี 1666

  • มีผู้เสียชีวิตกว่า 100,000 คน ในลอนดอนเพียงเมืองเดียว

  • คนที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง บวมปูดดำที่รักแร้และขาหนีบ จากนั้นเสียชีวิตภายในไม่กี่วัน

ผู้คนเริ่มเชื่อว่ากาฬโรคไม่ได้มาจากหนูหรือแมลง แต่เป็น พลังงานลึกลับ หรือ ภูตผีที่มองไม่เห็น ที่แฝงตัวมาในอากาศ มีบันทึกว่าในบางคืน มีคนเห็น “ร่างดำในชุดคลุม” ยืนหน้าบ้าน ก่อนที่เจ้าของบ้านจะตายในวันรุ่งขึ้น
หลายคนเรียกร่างนั้นว่า “Death” หรือ “ยมทูต”

บันทึกจากหมอยุคสมัยนั้นยังกล่าวว่า “ผู้ป่วยบางรายกรีดร้องชื่อปีศาจก่อนตาย” และมีการบันทึกภาพ ใบหน้าผี ปรากฏบนกระจกบ้านที่ถูกปิดตาย


บทที่ 3: แสงบนฟ้าและเสียงจากสวรรค์

ในปีเดียวกัน มีปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นบนท้องฟ้า:

  • รายงานจากฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษบันทึกถึง “แสงไฟสีแดงลอยอยู่บนฟ้า” คล้ายดาวตกแต่สว่างกว่ามาก

  • ในบางคืนมีเสียงคล้าย “เสียงแตร” ดังกึกก้องจากฟ้า (ถูกตีความว่าเป็นเสียงจากสวรรค์เตือนมนุษย์)

นักโหราศาสตร์ในลอนดอนพยายามวิเคราะห์การเรียงตัวของดาวและสุริยุปราคาในปีนั้น และหลายคนสรุปว่า “วันพิพากษากำลังมาเยือน” มีหนังสือพิมพ์แจกจ่ายข้อความเตือนภัยล่วงหน้า จนผู้คนพากันหลบหนีออกนอกเมือง


บทที่ 4: คำทำนายที่กลายเป็นจริง?

ชื่อของ นอสตราดามุส (Nostradamus) นักพยากรณ์ชาวฝรั่งเศสกลับมาโด่งดังอีกครั้งในปีนี้
แม้ว่าคำพยากรณ์ของเขาจะเขียนขึ้นในปี 1555 แต่ผู้แปลในศตวรรษที่ 17 อ้างว่าเขาทำนายไว้ว่า:

“ในปีแห่งเลขปีศาจ เมืองใหญ่จะถูกไฟเผา และจะเกิดเสียงสะท้านจากสวรรค์และโลก”

หลายคนเชื่อว่ากำลังพูดถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ลอนดอนและแผ่นดินไหวเล็กๆ ที่เกิดในอิตาลีในปีเดียวกัน

คำทำนายนี้ทำให้ผู้คนเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่า 1666 คือปีที่ พระเจ้าจะทำลายโลกเพื่อชำระบาปของมนุษย์


บทที่ 5: บันทึกจากคนที่รอดมาได้

หนึ่งในพยานคนสำคัญคือ Reverend Thomas Vincent นักบวชที่อยู่ในลอนดอนขณะเกิดไฟไหม้ เขาเขียนบันทึกว่า:

“คืนนั้น ข้าพเจ้าเห็นเงาสีดำสูงเกือบเท่าบ้านสามชั้น ลอยผ่านเปลวเพลิง มันไม่ใช่ควัน มันมีดวงตา... ข้าพเจ้ากลัวจนแทบสลบ”

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านรายอื่นเขียนว่า:

  • เห็น ผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดโบราณลอยอยู่เหนือโบสถ์

  • ได้ยินเสียง “เด็กทารกร้องไห้ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

  • มีคนเห็นเงาคนเดินผ่านกำแพงบ้านที่ถูกปิดตายไปแล้ว




บทสรุป: ปีแห่งสัตว์ร้ายหรือบทเรียนจากอดีต?

แม้ว่าวันเวลาผ่านไปเกือบ 400 ปีแล้ว ความกลัว ความเชื่อ และคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 1666 ยังคงหลอกหลอนผู้คนจำนวนมาก บ้างกล่าวว่าเป็นภัยพิบัติตามธรรมชาติ บ้างกล่าวว่าเป็นลางจากพระเจ้า

แต่สำหรับคนในยุคนั้น — พวกเขาไม่ได้มีคำอธิบายอื่นนอกจาก สิ่งเหนือธรรมชาติ เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็น ได้ยิน และสัมผัส คือภาพของโลกที่กำลัง “ถูกตัดสิน”

และ 1666 ก็ยังคงเป็น “ปีปีศาจ” ที่ไม่มีใครอยากย้อนเวลากลับไปสัมผัสอีกครั้ง…

เจาะลึกเมฆระเบิด (Cloudburst) ปรากฏการณ์ฝนสุดขั้วที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน

  เมฆระเบิดคือปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่มีความรุนแรงและสร้างผลกระทบมหาศาลโดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูงปรากฏการณ์นี้เก...