บทนำ: ตัวเลขต้องห้าม
ในโลกตะวันตก “666” คือสัญลักษณ์แห่งปีศาจ เป็นตัวเลขที่ปรากฏใน คัมภีร์วิวรณ์ (Revelation) ของพระคัมภีร์ไบเบิล และถูกขนานนามว่า “หมายเลขของสัตว์ร้าย (Number of the Beast)” ผู้คนในศตวรรษที่ 17 เชื่อว่าเมื่อถึงปี ค.ศ. 1666 ซึ่งรวมเลขต้องห้ามนี้เอาไว้ มนุษยชาติกำลังจะเผชิญ บทลงโทษจากพระเจ้า หรือแม้กระทั่ง จุดเริ่มต้นของวันพิพากษา
และดูเหมือนว่าความกลัวเหล่านั้นจะไม่ใช่แค่คำลือ...
บทที่ 1: เพลิงนรกแห่งลอนดอน (The Great Fire of London)
วันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1666
ในยามค่ำคืนอันเงียบงัน เพลิงได้ปะทุขึ้นจากร้านขนมปังของ Thomas Farriner บนถนน Pudding Lane กลางกรุงลอนดอน เมืองหลวงที่แออัดที่สุดของอังกฤษในขณะนั้น ด้วยลมแรง ความแห้งแล้ง และโครงสร้างไม้ของบ้านเรือน ไฟได้ลุกลามรวดเร็วราวกับไฟนรกหลุดออกจากใต้พิภพ
ภายในเวลาเพียง 4 วัน เมืองลอนดอนถูกแผดเผาไปกว่า 80%
-
บ้านเรือนกว่า 13,000 หลัง ถูกเผา
-
โบสถ์ 87 แห่ง รวมถึง St. Paul’s Cathedral ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
-
ผู้คนกว่า 80,000–100,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย
สิ่งที่น่าขนลุกคือผู้คนหลายคนรายงานว่า ก่อนเกิดไฟไหม้ ได้ยิน เสียงกรีดร้องจากใต้ดิน และ เสียงคำรามลึกลับกลางอากาศ
นักบวชบางคนกล่าวว่า “เปลวไฟที่พุ่งขึ้นมานั้น ไม่ใช่เพลิงธรรมดา หากแต่เป็นไฟจากขุมนรกที่พระเจ้าเปิดออก”
แม้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันจะชี้ว่าไฟไหม้มาจากความบกพร่องในระบบเมือง แต่ในสายตาของผู้คนในปี 1666 เหตุการณ์นี้คือ คำสาป, การลงโทษ, หรือแม้กระทั่ง การมาของซาตาน
บทที่ 2: ปีสุดท้ายของโรคระบาดใหญ่ (The Great Plague)
ก่อนจะถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ลอนดอน เมืองนี้เพิ่งผ่านพ้นสิ่งเลวร้ายอีกอย่างหนึ่งมาได้ไม่นาน — กาฬโรค
-
ระบาดตั้งแต่กลางปี 1665 และลากยาวถึงต้นปี 1666
-
มีผู้เสียชีวิตกว่า 100,000 คน ในลอนดอนเพียงเมืองเดียว
-
คนที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง บวมปูดดำที่รักแร้และขาหนีบ จากนั้นเสียชีวิตภายในไม่กี่วัน
ผู้คนเริ่มเชื่อว่ากาฬโรคไม่ได้มาจากหนูหรือแมลง แต่เป็น พลังงานลึกลับ หรือ ภูตผีที่มองไม่เห็น ที่แฝงตัวมาในอากาศ มีบันทึกว่าในบางคืน มีคนเห็น “ร่างดำในชุดคลุม” ยืนหน้าบ้าน ก่อนที่เจ้าของบ้านจะตายในวันรุ่งขึ้น
หลายคนเรียกร่างนั้นว่า “Death” หรือ “ยมทูต”
บันทึกจากหมอยุคสมัยนั้นยังกล่าวว่า “ผู้ป่วยบางรายกรีดร้องชื่อปีศาจก่อนตาย” และมีการบันทึกภาพ ใบหน้าผี ปรากฏบนกระจกบ้านที่ถูกปิดตาย
บทที่ 3: แสงบนฟ้าและเสียงจากสวรรค์
ในปีเดียวกัน มีปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นบนท้องฟ้า:
-
รายงานจากฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษบันทึกถึง “แสงไฟสีแดงลอยอยู่บนฟ้า” คล้ายดาวตกแต่สว่างกว่ามาก
-
ในบางคืนมีเสียงคล้าย “เสียงแตร” ดังกึกก้องจากฟ้า (ถูกตีความว่าเป็นเสียงจากสวรรค์เตือนมนุษย์)
นักโหราศาสตร์ในลอนดอนพยายามวิเคราะห์การเรียงตัวของดาวและสุริยุปราคาในปีนั้น และหลายคนสรุปว่า “วันพิพากษากำลังมาเยือน” มีหนังสือพิมพ์แจกจ่ายข้อความเตือนภัยล่วงหน้า จนผู้คนพากันหลบหนีออกนอกเมือง
บทที่ 4: คำทำนายที่กลายเป็นจริง?
ชื่อของ นอสตราดามุส (Nostradamus) นักพยากรณ์ชาวฝรั่งเศสกลับมาโด่งดังอีกครั้งในปีนี้
แม้ว่าคำพยากรณ์ของเขาจะเขียนขึ้นในปี 1555 แต่ผู้แปลในศตวรรษที่ 17 อ้างว่าเขาทำนายไว้ว่า:
“ในปีแห่งเลขปีศาจ เมืองใหญ่จะถูกไฟเผา และจะเกิดเสียงสะท้านจากสวรรค์และโลก”
หลายคนเชื่อว่ากำลังพูดถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ลอนดอนและแผ่นดินไหวเล็กๆ ที่เกิดในอิตาลีในปีเดียวกัน
คำทำนายนี้ทำให้ผู้คนเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่า 1666 คือปีที่ พระเจ้าจะทำลายโลกเพื่อชำระบาปของมนุษย์
บทที่ 5: บันทึกจากคนที่รอดมาได้
หนึ่งในพยานคนสำคัญคือ Reverend Thomas Vincent นักบวชที่อยู่ในลอนดอนขณะเกิดไฟไหม้ เขาเขียนบันทึกว่า:
“คืนนั้น ข้าพเจ้าเห็นเงาสีดำสูงเกือบเท่าบ้านสามชั้น ลอยผ่านเปลวเพลิง มันไม่ใช่ควัน มันมีดวงตา... ข้าพเจ้ากลัวจนแทบสลบ”
นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านรายอื่นเขียนว่า:
-
เห็น ผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดโบราณลอยอยู่เหนือโบสถ์
-
ได้ยินเสียง “เด็กทารกร้องไห้ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น”
-
มีคนเห็นเงาคนเดินผ่านกำแพงบ้านที่ถูกปิดตายไปแล้ว
บทสรุป: ปีแห่งสัตว์ร้ายหรือบทเรียนจากอดีต?
แม้ว่าวันเวลาผ่านไปเกือบ 400 ปีแล้ว ความกลัว ความเชื่อ และคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 1666 ยังคงหลอกหลอนผู้คนจำนวนมาก บ้างกล่าวว่าเป็นภัยพิบัติตามธรรมชาติ บ้างกล่าวว่าเป็นลางจากพระเจ้า
แต่สำหรับคนในยุคนั้น — พวกเขาไม่ได้มีคำอธิบายอื่นนอกจาก สิ่งเหนือธรรมชาติ เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็น ได้ยิน และสัมผัส คือภาพของโลกที่กำลัง “ถูกตัดสิน”
และ 1666 ก็ยังคงเป็น “ปีปีศาจ” ที่ไม่มีใครอยากย้อนเวลากลับไปสัมผัสอีกครั้ง…
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น